เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า คนเราต้องดื่มน้ำ และ การดื่มน้ำนั้นช่วยปรับสมดุลกับสุขภาพ แล้วในหนึ่งวันเราจะต้องดื่มน้ำมากหรือน้อย
สาเหตุที่เราขาดน้ำไม่ได้
สาเหตุที่เราไม่ได้เป็นเพราะ ส่วนประปอบในร่างกายของเรานั้น ประกอบไปด้วยน้ำ 60-70% อยู่ทั่วร่างกาย เช่น เลือด น้ำย่อย สมอง และ ร่างกายขับของเสียโดยปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อ ประมาณ 2.5ลิตรต่อวัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำเราจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
ในเมื่อเรารู้แล้วว่าการดื่มน้ำนั้นดีต่อสุขภาพ ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ทำให้ผิวชุ่มชื้น แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าในหนึ่งวันเราต้องดื่มน้ำ ในปริมาณเท่าไหร่ จึงจะเหมาะสมกับร่างกาย
อาการที่บ่งบอกว่าคุณขาดน้ำ
- กระหายน้ำ
- ปากแห้ง ตาแห้ง
- เหนื่อยง่าย
- มึนศีรษะ
- ปัสสาวะมีสีเข้ม หรือปัสสาวะน้อยกว่าปกติ
วิธีคำนวนการดื่มน้ำใน 1วัน
สูตรการคำนวณคือ น้ำหนักตัว(ก.ก.) / 2 x 2.2 x 30 = ……..มิลิตร ที่ควรดื่มใน1วัน
ช่วงเวลาในการดื่มน้ำ
- หลังตื่นนอน ควรดื่มน้ำ 1 แก้ว เพื่อกระตุ้นระบบขับถ่ายและระบบไหลเวียนเลือด
- 08.00 – 11.00 น. ควรดื่มน้ำ 2 – 3 แก้ว เนื่องจากในช่วงเวลานี้ ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่การดื่มน้ำในช่วงเวลานี้ทำให้ร่างกายชำระของเสียออกจากร่างกาย
- ก่อนมื้อเที่ยง ไม่ควรดื่มน้ำในปริมาณมาก เพราะจะทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดีเท่าที่ควร
- บ่าย - เย็น ควรจิบน้ำระหว่างวัน เพื่อดับกระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่ควรดื่มน้ำทีละเยอะ ๆ เพราะร่างกายจะขับออกเนื่องจากร่างกายดูดซึมไม่ทัน
- ก่อนนอน ควรดื่มน้ำ ½ แก้วเพื่อชำระล้างสิ่งตกค้างในลำไส้ ไม่ควรดื่มน้ำเยอะเพราะร่างกายอาจจะขับของเสีย ระหว่างที่หลับได้
ชนิดของน้ำ
- น้ำเปล่า
- น้ำแร่
- น้ำหวาน หรือน้ำผลไม้ แม้ว่าจะเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีกาเฟอีน แต่น้ำเหล่านี้แผงไปด้วยพลังงานของน้ำตาล หากดื่มในปริมาณที่มาก และต่อเนื่องก็จะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะน้ำตาลในปริมาณที่มากจะทำให้เกิดโรคติดต่อที่ไม่เรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) เช่นโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน
อ่านบทความเพิ่มเติม